OLGM Ultimate 2.0
มี White Paper ฉบับ ใช้อ้างอิงร่วมกับบันทึกต้นกำเนิดและลำดับรุ่นเดิม
ระบบและวิธีการสำหรับควบคุม ตรวจย้อนกลับ และตรวจสอบกระบวนการให้เหตุผลของปัญญาประดิษฐ์ โดยเน้นการตรวจสมมติฐานราก การย้อนกลับเชิงต้นกำเนิด การปรับกรอบ การตรวจยืนยัน และการบันทึกที่มา
Proposed and originated by Teeranat Butda (ธีรนาท บุตรดา). หน้านี้แสดง OLGM Ultimate เป็น Canonical ปัจจุบัน พร้อมรักษาบันทึก OLGM Version 2.0 และ OLGM 512 เพื่อแสดงต้นกำเนิด ลำดับการพัฒนา สถานะหลักฐาน พร้อมอัปเดตเอกสาร OLGM Ultimate 2.0 และสถานะ AIG V2.2 เพื่อใช้ประกอบการประเมินและร่วมพัฒนาเชิงพาณิชย์
สถานะ ณ 28 ตุลาคม 2569 อ้างอิงเอกสารและรายงานที่มีอยู่ โดยแยกรุ่นของกรอบ OLGM ออกจากรุ่นของชุดพัฒนา AIG
มี White Paper ฉบับ ใช้อ้างอิงร่วมกับบันทึกต้นกำเนิดและลำดับรุ่นเดิม
Snapshot ลงวันที่ เพิ่มส่วนขอคำปรึกษาจาก AI ภายนอกเมื่อผู้กำหนดอนุญาต พร้อมคง Intent Lock, Root Re-entry, CANTI และ provenance
รายงานที่แนบมากับ Snapshot ระบุผ่าน 87 รายการใน 21.288 วินาที การทดสอบ AI ภายนอกใช้ mock transport; การเชื่อม API จริงยังรอตรวจยืนยัน
ที่มา: CANONICAL_LOCK_TH.md, TEST_REPORT.txt และ test_external_ai_results.txt ในชุดพัฒนา 21 ตุลาคม 2569 · สถานะ Snapshot เพื่อเก็บรักษาและรอ Architect review · อ่านบันทึกอัปเดตและค่า SHA-256
OLGM ถูกเสนอเป็นกรอบควบคุมการให้เหตุผลของ AI ในระดับต้นกำเนิดของเหตุผล ไม่ใช่เพียงตรวจคำตอบสุดท้าย แต่เน้นให้สามารถย้อนดูว่าคำตอบนั้นเกิดจากสมมติฐาน กรอบ และเส้นทางการให้เหตุผลใด
ระบบ AI อาจให้คำตอบที่ดูสมเหตุผลแต่ตั้งอยู่บนสมมติฐานเริ่มต้นที่ผิด กรอบปัญหาที่คลาดเคลื่อน หรือการเชื่อมโยงที่ตรวจย้อนกลับได้ยาก
ทำให้กระบวนการให้เหตุผลมีโครงสร้างสำหรับย้อนต้นกำเนิด ตรวจสมมติฐาน ปรับกรอบ ตรวจยืนยัน และเก็บ provenance เพื่อให้ผู้ใช้หรือระบบชั้นสูงสามารถตรวจสอบผลได้
บันทึกนี้มีจุดประสงค์เพื่อยืนยันลำดับการพัฒนาและตัวตนของผู้เสนอแนวคิด โดยแยกบทบาทของผู้เสนอออกจาก AI tools ที่ใช้ช่วยจัดโครงสร้าง เขียน วิเคราะห์ หรือทดสอบ
Teeranat Butda (ธีรนาท บุตรดา)
Independent originator / system architect · Athena-30
System and Method for Controlling Artificial Intelligence Reasoning through Root-Assumption Examination, Origin-Level Backtracking, Reframing, Verification, and Provenance Recording (OLGM)
ส่วนนี้แยกสิ่งที่มีการทดลองแล้วออกจากสิ่งที่ยังอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ เพื่อให้ผู้ประเมินสามารถตรวจสถานะของหลักฐานได้โดยไม่ปะปนระหว่าง “ผลที่สังเกตได้” กับ “ข้ออ้างเชิงทฤษฎี”
OLGM ใช้ provenance เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดหลัก และตัวโครงการเองก็จัดเก็บ lineage ของเวอร์ชันเพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้
แนวคิดเริ่มจากการตรวจข้อผิดพลาดเชิงต้นกำเนิดของเหตุผล และการย้อนเส้นทางก่อนถึงคำตอบสุดท้าย
ขยายเป็นโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น พร้อมเอกสาร origin attribution, test battery และ cognitive trace concepts
รวม public origin record, validation status, provenance policy และเส้นทาง commercialization ไว้ในหน้าเดียว
เก็บลำดับการพัฒนาและเอกสารเดิมไว้เป็นที่มา ไม่เปลี่ยนสถานะหลักฐานย้อนหลัง
Canonical ปัจจุบันของธีรนาท บุตรดา: ใช้มิติแห่งความหมายและความสัมพันธ์เป็นฐาน → Origin/อธิปไตยผู้กำหนด → ล็อกเจตนา → สืบทอด Canonical แบบ Append + Inherit + Delta → ทะเบียนหลักฐานและสมมติฐาน → Root Re-entry → พิสูจน์เจตนาล่าสุด → ด่านตัดสินใจ → CANTI → ผลลัพธ์ → Provenance → เทียบ Origin และเจตนา → ปิดงานหรือย้อนกลับเข้าราก
การระบุ Canonical ไม่ใช่การรับรองว่า runtime หรือผลทดสอบ Production ผ่านแล้ว
ฉบับ White Paper ที่ชุดพัฒนา AIG V2.2 เก็บไว้เป็นเอกสารอ้างอิง โดยรักษาลำดับต้นกำเนิดเดิม
Snapshot ของชุดพัฒนาและส่วน AI ภายนอก พร้อมรายงานทดสอบ สถานะการอนุญาต และข้อที่รอตรวจยืนยัน แยกจากการรับรองผลในระบบจริง
ปรับรุ่นที่แสดง สถานะหลักฐาน และบันทึกอัปเดตให้สอดคล้องกัน พร้อมคงบันทึกต้นกำเนิด 2.0 และประวัติ 512 / Ultimate
OLGM Ultimate เปิดรับการประเมินอย่างเป็นระบบกับองค์กร AI, research labs, enterprise AI teams, investors และ strategic partners ที่ต้องการทดสอบผลภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดร่วมกัน
กำหนด test protocol, baseline, metrics และชุด use cases เพื่อวัดผลในสภาพแวดล้อมจริง
ทดลองใช้งานในขอบเขตจำกัด พร้อม provenance, evaluation report และเงื่อนไขการใช้
ขยายสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ การวิจัยร่วม หรือ integration กับ AI reasoning/agent systems
Organization / project: Athena-30
Originator: Teeranat Butda (ธีรนาท บุตรดา)
Website: athena-30.com
อีเมลผู้สร้าง: Teeranat.b@gmail.com
Creator: Teeranat Butda. Codex assisted with structuring, implementation, and publication.